<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทร่วมมือภาคีเครือข่าย ‘ปฏิบัติการ กทม.ครั้งที่ 3’ ลุยตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนกรุงเทพฯ รอบใหม่  4-10 ส.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่อ่อนนุช14 เขตประเวศ เมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรุงเทพฯ / ชมรมแพทย์ชนบทหลายจังหวัดเตรียมระดมพล &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ตรวจโควิด-19&amp;nbsp; เชิงรุกชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; หลังจากตรวจไปโควิดไปแล้ว 2 ครั้ง&amp;nbsp; รวมผู้ตรวจกว่า 50,000 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ 6,863 คน หรือ 13.35 %&amp;nbsp; เสนอ 6 แนวทางกู้วิกฤตโควิด&amp;nbsp; ชูยุทธศาสตร์ &amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; เสนอรัฐบาลใช้ &amp;lsquo;อู่ฮั่นโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp; ล็อกดาวน์เฉพาะชุมชนที่ระบาดและเยียวยาเพื่อให้ชาวบ้านยังชีพได้&amp;nbsp; ด้านเครือข่ายสลัม 4 ภาค-พอช. หนุน 35 ชุมชน ตรวจโควิดกว่า 4,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนแออัดใน กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14-16 กรกฎาคม &amp;nbsp;รวม 39 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ชนบท 6 ทีม &amp;nbsp;และวันที่ 21-23 กรกฏาคม ประมาณ 42 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ 16 ทีม&amp;nbsp; มีชาวชุมชนได้รับการตรวจหาเชื้อโควิดทั้งหมด&amp;nbsp; 51,389 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;6,863 คน คิดเป็น 13.35% &amp;nbsp;ของผู้ตรวจทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทเสนอยุทธศาสตร์ &amp;nbsp;&amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; ใช้หลัก &amp;lsquo;6 R&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จากผลการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกทั้ง 2 ครั้งของชมรมแพทย์ชนบทดังกล่าว&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ค่อนข้างสูง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 13.35 %&amp;nbsp; ของจำนวนผู้ตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; ขณะเดียวกันยังมีชาวชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ (ข้อมูลจากสำนักพัฒนาสังคม กทม.ระบุว่า&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ มีชุมชนทั้งหมด 2,016 ชุมชน&amp;nbsp; เป็นชุมชนแออัด 641 ชุมชน)&amp;nbsp; ดังนั้นกรุงเทพฯ จึงเป็นแหล่งแพร่เชื้อแหล่งใหญ่&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ รายใหม่&amp;nbsp; รวม 3,997 ราย&amp;nbsp; ขณะที่ชมรมแพทย์ชนบทได้เสนอมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล&amp;nbsp; และเตรียมจัดทีมแพทย์ลุยตรวจโควิดรอบใหม่ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ประชาชนที่มารับบริการ (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม &amp;nbsp;นพ.สุภัทร &amp;nbsp;ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความลงใน facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; หัวข้อว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ 28 กรกฎาคม 2564 ทางชมรมแพทย์ชนบท ได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิดแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิดในกรุงเทพมหานคร ในที่ประชุม EOC ของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพทย์ชนบทได้นำเสนอข้อมูลการปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง 2 ครั้ง ตรวจ rapid test ให้พี่น้องประชาชนในชุมชนแออัดไปทั้งสิ้น 51,389 คน พบผลบวก 6,863 คน คิดเป็น 13.35% และได้นำเสนอข้อเสนอสำหรับการกู้กรุงเทพฯ ซึ่งสังเคราะห์จากประสบการณ์ 2 ครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อเสนอของแพทย์ชนบทยังมุ่งเน้นการควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชนแออัดให้ได้ &amp;nbsp;เพราะนั่นคือจุดระบาดใหญ่ แล้วกรุงเทพฯจะรอด &amp;nbsp;เมื่อกรุงเทพฯรอด ต่างจังหวัดก็จะรอดด้วย &amp;nbsp;เราประมวลแนวทางได้เป็นตัวย่อว่า 6R กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.Rapid Testing แม้เตียงเต็ม จะล้น เรายิ่งต้อง rapid testing โดย ATK-antigentest kit ให้มาก เพื่อแยกผู้ป่วยออกมา 2.Rapid tracing นำผู้สัมผัสร่วมบ้านร่วมงานมาตรวจให้มากที่สุดในวันเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;3.Rapid treatment ด้วย early home favipiravir หรือจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ทันทีที่พบผู้ติดเชื้อที่มีอาการหรือมีโรคประจำตัวหรือสูงอายุ &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เขาต้องป่วยหนัก &amp;nbsp;ส่วนคนติดเชื้อที่ไม่ป่วยให้ฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;และรับเข้า HI-home isolation ในวันเดียวกัน&amp;nbsp; 4.Rapid vaccination ฉีดวัคซีนให้เร็วและให้ครอบคลุมในชุมชนแออัด &amp;nbsp;โดยเน้นที่ผู้สูงอายุก่อน &amp;nbsp;และหากมีวัคซีนมากพอก็ฉีดทุกคนที่อายุมากกว่า 18 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากทำทั้ง 4 มาตรการแล้ว จะลดการระบาดได้แน่ &amp;nbsp;ลดการป่วยหนักและการตายลงได้ &amp;nbsp;ส่งผลให้ลดภาวะการมีเตียงไม่พอลงได้ &amp;nbsp;สิ่งนี้คือบทบาทของภาคสาธารณสุขทั้งของ สธ. กทม. และทีมแพทย์ชนบทสามารถดำเนินการร่วมกันได้&amp;nbsp; และหากรัฐบาลจะกู้กรุงเทพฯแบบอู่ฮั่นโมเดล ก็ต้องทำอีก 2R ก็จะยิ่งสามารถลดการระบาดได้อีก &amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. Rapid lockdown ในชุมชนที่ระบาด &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อออกนอกชุมชน &amp;nbsp;เนื่องจากบางรายมีเชื้อระยะเริ่มต้น&amp;nbsp; แต่ยังตรวจด้วย ATK หรือ rtPCR ไม่พบ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้อง lockdown ทั้ง กทม.&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.Rapid healing หาก lockdown ก็ต้องมีการเยียวยาผู้คนในชุมชนแออัดนั้นๆ &amp;nbsp;เยียวยาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;เพื่อให้เขามีรายได้เพื่อสามารถยังชีพได้ในระหว่างที่มีการล็อกดาวน์ชุมชนของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ตรวจถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วย (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นี่คือ 6 ข้อเสนอของชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ขณะนี้ทีมแพทย์ชนบทกำลังประสานงาน &amp;nbsp;ระดมความร่วมมือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและตอบรับจากทุกฝ่าย &amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ &amp;nbsp;ท้องถิ่น &amp;nbsp;เอกชน &amp;nbsp;และภาคประชาชนที่จะร่วมกัน &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ร่วมกันเร็วๆ นี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ข้อความใน facebook ชมรมแพทย์ชนบทระบุในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทได้ระดมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ เข้ามาตรวจโควิด-19 ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทีมแพทย์จาก อ.สิชล&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช, รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp; อ.นาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, ขอนแก่น, จ.สุรินทร์, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯลฯ รวมประมาณครั้งละ 60-80 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการตรวจรอบที่ 3 นี้&amp;nbsp; คาดว่าจะตรวจได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทกินอยู่แบบติดดิน (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;เตรียมบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกรอบ 3 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์&amp;nbsp; โฆษกสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp; ปฏิบัติการตรวจโควิด-19 เชิงรุกในกรุงเทพฯ ของทีมแพทย์ชนบทรอบ 3 นี้&amp;nbsp; มีกำหนดการตรวจระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; และนอกจากทีมแพทย์ชนบทจะลงตรวจในชุมชนต่างๆ แล้ว&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เตรียมชุมชนในเครือข่ายเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; รวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 40 ชุมชน&amp;nbsp; มีจุดตรวจ 12 จุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง (20 ชุมชน)&amp;nbsp; 2.วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp; (3 ชุมชน) 3.ศูนย์พักโรงเรียนประถมนนทรีย์&amp;nbsp; เขตยานนาวา (.....) 4.สนามฟุตบอลโปโลคลับ และลานจารุเมือง เขตปทุมวัน (.....) 5.ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&amp;nbsp; เขตดอนเมือง (3 ชุมชน) 6.ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน (1 ชุมชน) 7. อาคารพุทธวิชา&amp;nbsp; ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; เขตบางเขน (5 ชุมชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.สหกรณ์ริมคลองสอง (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยผักหวาน&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 9.สหกรณ์ริมคลองพัฒนา (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยจิระมะกร&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 10.ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) เขตสายไหม (1 ชุมชน) 11.บ้านมั่นคงประชาสามัคคี&amp;nbsp; เขตบางพลัด (1 ชุมชน)&amp;nbsp; และ 12.ชุมชนบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา เขตจตุจักร (1 ชุมชน)&amp;nbsp; รวมชาวบ้านที่จะตรวจในขณะนี้ประมาณ 4,280 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ได้ตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; สามารถติดต่อเพื่อแจ้งความต้องการตรวจหาเชื้อได้ที่จุดตรวจชุมชนใกล้เคียงทั้ง 12 แห่ง&amp;nbsp; โดยต้องแจ้งรายชื่อแก่ผู้นำชุมชนนั้นๆ&amp;nbsp; เพื่อจะได้ทราบจำนวนผู้ที่จะตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; และนำส่งต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานเพื่อให้ทีมแพทย์ได้เตรียมอุปกรณ์การตรวจให้พอเพียง&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสยามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; การตรวจเชิงรุกรอบ 3 ของทีมแพทย์ชนบทในครั้งนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะส่งอาสาสมัครเข้าร่วมสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนรายชื่อผู้ตรวจ&amp;nbsp; การจัดลำดับคิวตรวจ&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; การประสานงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; รวดเร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยมาตรวจโควิดให้ชาวชุมชนที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เขตบางกะปิเมื่อวันที่ 21 กรกฏาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้การตรวจโควิดเชิงรุกของทีมแพทย์ชนบทจะใช้การตรวจแบบ rapid &amp;nbsp;testing หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; โดยใช้วิธี&amp;nbsp; ATK (antigentest kit) &amp;nbsp;โดยแพทย์จะใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจ&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำด้วยวิธี Rt-Pcr (Real&amp;nbsp; time - Polymerase chain reaction) เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรณีผู้ติดเชื้อมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; (อยู่ในสถานะสีเขียวหรือเหลืองอ่อน) แพทย์จะให้คำแนะนำในการรักษาตัวที่บ้านหรือสถานพักคอยในชุมชน&amp;nbsp; พร้อมกับให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากเมื่อกินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะหายป่วยได้ภายในระยะเวลา 14 วัน&amp;nbsp; แต่หากยังไม่หายหรือมีอาการรุนแรงจะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม.-พอช.หนุนชุมชนสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของวิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; คนตกงาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยการมอบอาหาร&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางแจกจ่ายอาหารผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดในปีนี้&amp;nbsp; กระทรวง พม.ได้ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำถุงยังชีพแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด&amp;nbsp; เด็กที่ขาดผู้ดูแล&amp;nbsp; รวมทั้งดูแลกลุ่มคนไร้บ้านในสถานที่สาธารณะ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริหารกระทรวง พม.ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนไร้บ้านเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในปี 2563 ได้สนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และต่างจังหวัดจัดทำครัวกลางและโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&amp;nbsp; รวม 1,754 โครงการ&amp;nbsp; ประชาชนได้รับประโยชน์ 535,577 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 122 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; และพักชำระสินเชื่อ 6 เดือน (ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อก่อสร้างบ้านมั่นคง) ทั่วประเทศ 409 องค์กร&amp;nbsp; รวมสินเชื่อพักชำระ 76 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนในปีนี้ พอช.พักชำระสินเชื่อ 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม) รวม 149 องค์กร&amp;nbsp; จำนวนดอกเบี้ยที่พักชำระรวม 18 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ยังสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; รวม 1,386 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 30 ล้านบาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจาก พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จำนวน 11 ทีม&amp;nbsp; ประมาณ 200 คนลงไปสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งศูนย์พักพิงของคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เพื่อต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตวังทองหลางจัดเตรียมศูนย์พักคอย-ดูแลผู้กักตัวที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.ระดับเขตจำนวน 150,000 บาท&amp;nbsp; และระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 40,000 บาท&amp;nbsp; นำมาจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ทำอาหารแจกให้ผู้ถูกกักตัว&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังเตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าและรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เตรียมเตียงกระดาษรองรับผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอนวิธีวัดค่าอ๊อกซิเจนให้ผู้ดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หากค่าอ๊อกซิเจนต่ำกว่า 90 ถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากชุมชนในเขตวังทองหลางแล้ว&amp;nbsp; ยังมีชุมชนและเขตต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมจัดทำโครงการเพื่อต่อสู้กับโควิดระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ&amp;nbsp; จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้ป้องกันโควิดแก่กลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; จำนวน 20 วิน&amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างได้รับเชื้อโควิดและเสียชีวิตแล้ว 1 ราย,ปลูกสมุนไพร&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; กระชาย&amp;nbsp; ผักต่างๆ เพื่อเป็นยาและอาหาร&amp;nbsp; ทำโครงการ &amp;lsquo;อิ่มละ 20 บาท&amp;rsquo; จำหน่ายอาหาร พร้อมข้าวถุงเพื่อช่วยเหลือเรื่องปากท้องชาวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp; 20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ &amp;nbsp;รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี &amp;nbsp;รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;วัคซีนขาดแคลน&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; เพาะพันธุ์กระชายและฟ้าทะลายโจรสู้โควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111542</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 R, ATK-antigentest kit, early home favipiravir, lockdown, Rapid healing, Rapid lockdown, Rapid test, Rapid treatment, Rapid vaccination, Real  time - Polymerase chain reaction, RT-PCR, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กรุงเทพฯ รอด  ตจว.รอด, ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3, ชมรมแพทย์ชนบท, ตรวจโควิด-19, นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสยาม  นนท์คำจันทร์, นุชจรี  พันธ์โสม, ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร  ครั้งที่ 3, พม., พอช., ฟ้าทะลายโจร, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ, สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, อู่ฮั่นโมเดล, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เชิงรุกชุมชนแออัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610275f068378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พอช.&#039; จับมือภาคีเครือข่าย  ‘ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19’ ผนึกพลังส่งอาสาสมัคร 200 คนหนุนชุมชนกรุงเทพฯ-ปริมณฑลสู้ภัยโรคร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ชาวชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อโควิดโดยการสนับสนุนของชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ /&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จับมือภาคีเครือข่าย &amp;nbsp;&amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp;ผนึกพลังส่งอาสาสมัคร-ผู้นำชุมชน 11 ทีม&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; หนุนชุมชนกรุงเทพฯ-ปริมณฑลรวม 1,386&amp;nbsp; ชุมชนสู้ภัยโควิดช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายสลัม 4 ภาคประสานภาคีเครือข่ายใช้ระบบ Home&amp;nbsp; Isolation&amp;nbsp; ดูแลผู้ป่วยในชุมชนแก้ปัญหาเตียงขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้จัดทำแผนงานเพื่อสนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ลุกขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อควบคุม&amp;nbsp; ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; รวมทั้งจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อชาวบ้านและชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทกระจายลงสู่ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในขณะนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุด พอช. ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo; โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคีเครือข่ายลงไปสนับสนุนการทำงานของชุมชนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 1,386 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;เปิดแผนปฏิบัติการ &amp;lsquo;ขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันนี้ &amp;nbsp;(26 กรกฎาคม) ระหว่างเวลา 09.00-12.30 น.&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;ได้จัดประชุมผ่านระบบแอพพลิเคชั่นซูม&amp;nbsp; เพื่อปฐมนิเทศสร้างความเข้าใจ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหาร - เจ้าหน้าที่ พอช. ผู้นำชุมชนต่างๆ และผู้แทนภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเข้าร่วมประชุมผ่านระบบซูมประมาณ 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชุมชนจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เพราะชุมชนจะมีข้อมูลและรู้ว่าใครเป็นใคร&amp;nbsp; ครอบครัวไหนติดเชื้อ&amp;nbsp; หรือต้องกักตัว&amp;nbsp; โดย พอช.จะมีบทบาทสนับสนุนชุมชนและเครือข่ายชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; และอาสาสมัคร&amp;nbsp; เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; โดยยึดเอาปัญหาของชุมชนเป็นหลัก&amp;nbsp; เพื่อเอาชนะโควิดให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยรัฐมนตรี&amp;nbsp; จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; มีนโยบายให้หน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;โดย พอช.จะร่วมกับพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; ภาคี&amp;nbsp; เครือข่าย&amp;nbsp; องค์กรพัฒนา&amp;nbsp; และภาคเอกชน&amp;nbsp; ร่วมกันเป็นตาข่ายความร่วมมือ&amp;nbsp; เชื่อมโยง&amp;nbsp; ประสานความช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; เพื่อหนุนเสริมพี่น้องชุมชนอย่างเต็มที่&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผอ.พอช.กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทตรวจเชื้อโควิดให้ชาวชุมชนที่ พอช.เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์ &amp;nbsp;คณะทำงานโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19 ฯ&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้&amp;nbsp; ระบบสาธารณสุขภายนอกไม่สามารถรองรับพี่น้องชาวชุมชนได้&amp;nbsp; ดังนั้นชุมชนจึงต้องลุกขึ้นมาจัดการและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง&amp;nbsp; ด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่ายต่างๆ และ พอช.&amp;nbsp; โดยชุมชนและชาวบ้านจะต้องเป็นแกนหลักและดูศักยภาพของตนเองว่ามีอะไรบ้าง&amp;nbsp; พอช.และเครือข่ายจะหนุนเสริมด้านไหน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนกลไกการขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp; จะมีทีมวอร์รูม โดยมีผู้บริหาร พอช.ร่วมกันกำหนดทิศทางการทำงาน&amp;nbsp; ประสานงานนโยบาย&amp;nbsp; กำหนดเครื่องมือและทรัพยากรในการสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีทีมข้อมูลและรายงานผล&amp;nbsp; มีทีมปฏิบัติการจำนวน 11 ทีม&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; ลงพื้นที่ปฏิบัติการในกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; นครปฐม&amp;nbsp; รวมทั้งคนไร้บ้านด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสยามแจงกลไกการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ชุมชนที่มีความพร้อมสามารถวางแผนปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช. และสามารถดำเนินการได้เลย&amp;nbsp; โดยยึดปัญหาและความต้องการของชุมชนเป็นหลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ &amp;nbsp;โดยมีพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 1,386 ชุมชน&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; ชุมชนแออัด&amp;nbsp; 641 ชุมชน&amp;nbsp; ชุมชนเมือง 459 ชุมชน&amp;nbsp; และชุมชนที่ไม่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนเป็นชุมชน 286 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ทีมปฏิบัติการทั้ง 11 ทีมจะมีหน้าที่ต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.สร้าง เชื่อมโยงเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; 2.จัดทำข้อมูล สถานการณ์ ความต้องการระดับชุมชน&amp;nbsp; 3.จัดทำแผนปฎิบัติการระดับชุมชน (ระยะสั้น-ยาว)&amp;nbsp; 4.ประสานการแก้ไขปัญหา/ประสานกรมต่างๆ ในกระทรวงพม. / ระบบ HOME ISOLATION&amp;nbsp; 5.ประสานภาคีพัฒนา และกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;6.พัฒนาโครงการการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; 7.ประเมินการต่อยอดงานพัฒนา พอช. (เช่น&amp;nbsp; จัดทำโครงการบ้านมั่นคงในชุมชนที่ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย) &amp;nbsp;&amp;nbsp;8.จัดทำรายงานประจำสัปดาห์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;รอบเดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3 เดือน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ประสบการณ์จากเครือข่ายสลัม 4 ภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวนพพรรณ พรหมศรี เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วงแรกชุมชนเครือข่ายสลัม 4 ภาคในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ได้เตรียมเรื่องสถานที่พักคอยในชุมชนเพื่อเตรียมส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาต่อ&amp;nbsp; แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ที่รุนแรง&amp;nbsp; ทำให้ไม่สามารถส่งต่อผู้ป่วยได้&amp;nbsp; เนื่องจากโรงพยาบาลต่างๆ ไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยรายใหม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;นางสาวนพพรรณ &amp;nbsp;พรหมศรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาคจึงได้ชวนภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี (IHRI)&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สสส. ฯลฯ&amp;nbsp; มาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก&amp;nbsp; โดยใช้ระบบ Home&amp;nbsp; Isolation (การแยกกักตัวที่บ้าน) เพราะอยู่ที่บ้านก็ยังมียา&amp;nbsp; มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์&amp;nbsp; มีอาหาร 3 มื้อ&amp;nbsp; และได้รับการดูแลจากทีมอาสาโควิดชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำหรือจิตอาสาในชุมชนที่ผ่านการอบรมแล้ว&amp;nbsp; รวมทั้งใช้พื้นที่ในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ศูนย์หรือที่ทำการชุมชนมาจัดทำเป็น Community&amp;nbsp; Isolation เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง (ระดับสีเขียวหรือเหลืองอ่อน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ระบบการดูแลที่บ้านหรือในชุมชนนี้&amp;nbsp; ถือเป็นระบบใหม่ที่จะเปลี่ยนวิธีคิด&amp;nbsp; จากเดิมที่คนป่วยจะต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล&amp;nbsp; จะทำให้คนในชุมชนดูแลกันเองได้&amp;nbsp; แต่จะต้องปรับวิธีคิดของผู้นำชุมชนและชาวบ้านด้วย&amp;nbsp; เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคโควิด&amp;nbsp; และระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยว่าสามารถรักษาตัวในชุมชนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะหากไม่เข้าใจก็จะเกิดความกลัวคนที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; และไล่ให้ออกไปรักษานอกชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวนพพรรณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระบบการดูแลรักษาแบบ Home&amp;nbsp; Isolation และ Community&amp;nbsp; Isolation เครือข่ายสลัม 4 ภาคร่วมกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี  (Institute of HIV Research and Innovation = IHRI) จัดอบรมผู้นำชุมชนและอาสาสมัครเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคโควิด-19&amp;nbsp; การแพร่เชื้อ&amp;nbsp; การค้นหาผู้มีความเสี่ยงสูง&amp;nbsp; การตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแบ่งระดับสีผู้ป่วย&amp;nbsp; การดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากตรวจพบผู้มีความเสี่ยงสูง &amp;nbsp;จะแนะนำให้แยกตัวอยู่ในบ้าน &amp;nbsp;หรือแยกมาอยู่ในศูนย์พักในชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งอธิบายการรักษาตัวที่บ้าน &amp;nbsp;และสอบประวัติ&amp;nbsp; นำข้อมูลกรอกเข้าแบบฟอร์ม &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดูแลการใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มเสี่ยงที่ต้องแยกตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทีม IHRI จะส่งยา&amp;nbsp; อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ &amp;nbsp;วัดออกซิเจนไปให้&amp;nbsp; และผู้ดูแลจะต้องรายงานผลไปให้พยาบาลที่รับผิดชอบทุกวันเพื่อติดตามอาการ&amp;nbsp; หากป่วยไม่รุนแรง&amp;nbsp; ผู้ป่วยจะได้รับยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; หากไม่หายภายใน 14 วัน&amp;nbsp; จะได้รับยาฟาร์วิพิราเวียร์ หรือเครื่องช่วยหายใจ&amp;nbsp; หากอาการไม่ดีขึ้นจะประสานการส่งต่อไปยังโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมี 23 ชุมชนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในเครือข่ายสลัม 4 ภาคที่เข้าร่วมโครงการนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนใหม่ไทรทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนเพชรคลองจั่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนทองกิตติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนหลวงวิจิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนโรงหวาย&amp;nbsp; เครือข่ายคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บ้านพูนสุข &amp;nbsp;จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; บ้านเตื่อมฝัน &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลปิยะเวทให้คำปรึกษาดูแล&amp;nbsp; และมีศูนย์บริการสาธารณสุขต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; ส่วนงบ ประมาณด้านยา&amp;nbsp; อุปกรณ์ &amp;nbsp;และอาหาร&amp;nbsp; ได้รับการสนับสนุนจาก สปสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปที่ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; และต้องการรักษาตัวที่บ้าน&amp;nbsp; สามารถลงทะเบียนโดยสแกน QR Code ได้ตามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;พอช.ใช้งบ 30 ล้านบาทหนุนสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo; แล้ว&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;พอช.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทจัดทำ &amp;lsquo;โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้เครือข่ายชุมชนในระดับเมือง (ในกรุงเทพฯ คือระดับเขต) และชุมชน&amp;nbsp; ได้จัดทำแผนงานการป้องกัน&amp;nbsp; ควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค&amp;nbsp; การเตรียมทำสถานที่พักคอย&amp;nbsp; ลดผลกระทบด้านเศรฐกิจ&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายชุมชนฯ และชุมชนได้เสนอโครงการมาที่ พอช.&amp;nbsp; และ พอช.ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนดำเนินการไปแล้ว &amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายรวม 67,978 ครัวเรือน&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,113 ชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณให้ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แบ่งเป็น 1.เมืองใหญ่ (เกิน 20 ชุมชน) พื้นที่สีแดง&amp;nbsp; มีชาวชุมชนต้องกักตัวเกิน 81 คนขึ้นไป&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาท&amp;nbsp; 2.พื้นที่สีแดงอ่อน กักตัวระหว่าง 31-80 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 100,000 บาท&amp;nbsp; 3.พื้นที่สีเหลือง&amp;nbsp; กักตัวไม่เกิน&amp;nbsp; 30 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 80,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนในระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; (รวมงบที่ พอช.อนุมัติแล้วทั้งหมดประมาณ 12 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนหลังหมู่บ้านพระปิ่น 5 ขายอาหารราคาถูกให้ชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีแผนงานรวมทั้งหมด 107 แผนงาน/กิจกรรม&amp;nbsp; แบ่งเป็น&amp;nbsp; 1.ศูนย์พักคอยเตรียมส่ง รพ. 22 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.อบรมอาชีพ 19 %&amp;nbsp; 3.จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สินค้าจำเป็น&amp;nbsp; ราคาทุน&amp;nbsp; 14 %&amp;nbsp; 4.แจกอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร ให้ผู้กักตัว &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง 13 %&amp;nbsp; 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; รพ.สต. สปสช.) 13 % &amp;nbsp;6.ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; รับบริจาค&amp;nbsp; รวบรวมข้อมูล&amp;nbsp; ประสานงานการตรวจและลงทะเบียนฉีดวัคซีน หา รพ.&amp;nbsp; และ 7.ครัวกลาง 6 % &amp;nbsp;ทำอาหารแจกหรือขายราคาถูก&amp;nbsp; อิ่มละ 20 บาท&amp;nbsp; คนลำบากกินฟรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อลดการออกไปนอกชุมชน&amp;nbsp; ลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับหรือแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111166</URL_LINK>
                <HASHTAG>Community  Isolation, IHRI, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การแยกกักตัวที่บ้าน, จุติ  ไกรฤกษ์, ทีมอาสาโควิดชุมชน, นางสาวนพพรรณ พรหมศรี, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, นายสยาม  นนท์คำจันทร์, ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19, พม., พอช., ภาคีเครือข่าย, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, ระบบ Home  Isolation, ระบบการดูแลที่บ้าน, สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี, สปสช., สสส., สู้ภัยโรคร้าย, อาสาสมัคร, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, แก้ปัญหาเตียงขาดแคลน, โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe77cf36703.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
